คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทคนิคการเสริมจมูก แก้จมูก

เทคนิคการเสริมจมูก แก้จมูก

Q: กี่วันจมูกถึงจะเข้าที่ เมื่อไหร่จะดูว่าเอียงไม่เอียง ?

โดยทั่วไปแล้วการเสริมจมูกจะเข้าที่ที่ประมาณ 3-6 เดือน ค่ะ ในช่วงแรกยังมีปัญหาเรื่องของการบวม อยู่ ซึ่งบางครั้งยุบบวมไม่เท่ากันได้ เช่น มีการเลาะพังพืดมากน้อยแต่ละบริเวณไม่เท่ากัน ทำให้ยุบบวมไม่เท่า กันได้ค่ะ ดังนั้นต้องอดใจรอกันนิดนึงนะคะ ทั่วไปเเริ่มเข้าทรงก็ 1 เดือน หลังจากนั้นเริ่มรัดแกน ถ้าใครกังวลว่า ยังดูใหญ่ไม่เรียวก็รอให้สิริโคนรัดแกนสักหน่อยค่ะ

ส่วนเรื่องเบี้ยวไม่เบี้ยว เอียงไม่เอียง ก็ต้องไปดูตอนที่ซิลิโคนรัดแกนแล้วค่ะ ช่วงประมาณ 3-6 เดือน เพราะเวลาที่ยังยุบไม่เต็มที่บางครั้งแต่ละข้างยุบไม่เท่ากันก็ทำให้ดูเอียงได้ ที่สำคัญ แผลต้องดูแลดีๆค่ะ บาง ครั้งแผลไม่ดีหดรั้งทำให้ดูเอียงได้ทั้งๆที่ซิลิโคนวางตรงก็เคยเจอมาแล้วค่า นอกจากนั้นส่วนใหญ่แล้วรูปหน้าคน เราจะมีปัญหาเบี้ยวเอียงอยู่เดิม ถ้าเบี้ยวจากตัวฐานจมูกอย่างเดียวแก้ไขได้ แต่ถ้าเบี้ยวจากทั้งรูปหน้าแล้ว อาจ จะแก้ไขเรื่องของการเบี้ยวเอียงไม่ได้ทั้งหมดค่ะ

TIP จากหมอปี : เบี้องต้นในทุกเคสหมอจะประเมินเรื่องของปัญหารูปหน้าให้ก่อนการศัลยกรรมแล้วค่ะ ว่ามี ปัญหาเรื่องรูปหน้าไม่เท่ากันเบี้ยวเอียงอยู่เดิมหรือไม่ต้องแก้ไขอย่างไร
คนไข้บางคนไม่เคยรู้ตัวมาก่อนก็มีค่ะว่าตัวเองรูปหน้าไม่เท่ากัน ฐานเอียงบ้างอะไรบ้าง ดังนั้นให้คุณ หมอเป็นคนช่วยประเมินให้จะดีที่สุดค่า ทั้งก่อนและหลังเสริมไปแล้ว

Q: เสริมจมูกด้วยเทคนิควางซิลิโคนที่ใต้เยื่อหุ้มกระดูกดีจริงไหม ?

มีหลายคนสอบถามมาบ่อยมากค่ะว่าที่คลินิกเสริมจมูกโดยเทคนิควางใต้เยื่อหุ้มกระดูกหรือไม่ จริงๆ แล้วคือตำแหน่งที่วางซิลิโคนคือต้องวางแนบกับตัวกระดูกเท่านั้น หรือก็คือวางใต้ต่อเยื่อหุ้มกระดูกค่ะ การวาง อยู่ในชั้นไขมันจะทำให้ซิลิโคนลอยไปมาเหมือนอย่างหัวข้อด้านบนที่กล่าวไว้ค่ะ ดังนั้นการเสริมด้วยเทคนิควาง ซิลิโคนใต้เยื่อหุ้มกระดูกเป็นเทคนิคพื้นฐานที่ควรทำค่ะ เพื่อป้องกันซิลิโคนลอย เลื่อน รวมไปถึงเป็นตัวยึดเพื่อ ป้องกันการเบี้ยวเอียงด้วยค่ะ

Q: Open technique เทคนิคที่ดีที่สุดสำหรับการเสริมจมูกจริงหรือไม่ ?

open technique หมายถึงการเสริมจมูกโดยการเปิดแผลผ่าตัดที่ตัดผ่านบริเวณแกนกลางจมูก ซึ่ง ทำให้หมอเห็นในส่วนของโครงสร้างภายในของจมูกได้ดีกว่าแบบ Close technique แต่การลงแผลผ่าตัด ลักษณะนี้มีความเสี่ยงสูงมีโอกาสเกิดเนื้อตายจากการตัดเส้นเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณปลายจมูกได้ และในระยะ ยาวมีโอกาสที่จะเกิดรอยแผลเป็นบริเวณที่ผ่าตัด รวมไปถึงพังพืดหดรั้งทำให้ปลายจมูกตกงุ้มลง ทรงจมูก เปลี่ยนไปหลังการเสริมจมูกได้เพียง 2-3 ปี ดังนั้นถ้าโครงสร้างจมูกเดิมไม่ได้มีปัญหามากเช่น จมูกไม่สั้น ไม่ได้ เสริมจมูกโดยใช้ผนังกั้นจมูกมาเสริมแทนซิลิโคน หรือเสริมจมูกโดยใช้ซี่โครงตัวเอง อาจจะไม่เหมาะกับการ เสริมโดยใช้ Open technique ค่ะ เพราะปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นถ้าพื้นจมูกเดิมดีแล้วต้องการให้มีมิติ นิดหน่อยไม่ได้แก้ไขอะไรมากการใช้ close technique ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมและทำให้ได้จมูกที่สวยเช่น เดียวกันค่ะ อย่างที่หมอพูดอยู่เสมอค่ะว่า เทคนิคที่หวือหวาไม่ได้เป็นตัวยืนยันว่าเราจะได้ทรงจมูกที่สวยที่สุดค่ะ หมอแก้จมูกคนไข้ที่ทำแบบ open มาแล้วหลายเคสค่ะ และแก้ด้วยการใช้ Close technique ด้วยค่ะ ดังนั้นจะ ตัดสินใจเลือกการผ่าตัดแบบไหน ต้องดูปัญหาของเราก่อนนะคะ ว่าจำเป็นหรือไม่ จะได้ช่วยทั้งลดความเสี่ยงใน การผ่าตัดรวมทั้ง ประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกด้วยค่ะ

Q: แก้จมูกต้องถอดพักหรือไม่ แก้แล้วใส่ซิลิโคนเดิมได้ไหม ?

แก้จมูกเป็นหัตถการที่มีคนทำเยอะมากในปัจจุบัน มาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากในส่วนของ ปัญหาเรื่องจมูก เบี้ยว จมูกเอียง หรือปลายบางจะทะลุ ไปจนถึง ติดเชื้อ จมูกบวม และไม่ชอบทรงที่เสริมมาก็มี

การจะถอดพักซิลิโคนหรือไม่พักนั้น ขึ้นอยู่กับว่ามีปัญหาเรื่องการติดเชื้อหรือไม่ ถ้ามีปัญหาเรื่องการติด เชื้อแนะนำให้ถอดพักก่อนทุกเคส และเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนเพื่อให้การอักเสบติดเชื้อหายดีก่อนค่อย เสริมใหม่อีกครั้ง แนะนำระหว่างที่รอให้นวดจมูกเยอะๆ ค่ะ เวลาที่เรานวดจมูกดีๆจะทำให้พังพืดนิ่มขึ้นเสริมครั้ง ใหม่จะได้ทรงที่ดีค่ะเพราะความยืดหยุ่นผิวยังดีอยู่ วิธีการนวดจมูกคือ เน้นนวดบริเวณปลายจมูก ให้รู้สึกจี๊ดๆ (จี๊ดแบบน้ำตาไหลก็ไม่อันตรายนะคะ) เปลี่ยนตำแหน่งการนวดหาจุดที่นวดแล้วยังแข็งอยู่ไม่นิ่มไปเรื่อยๆค่ะ นวดได้ตั้งแต่เริ่มตัดไหมหลังเอาซิลิโคนถอดพักนะคะ นวดยาวไปจนถึงตอนที่เสริมใหม่ได้เลยค่ะ การนวดจะ ช่วยป้องกันจมูกบุ๋มด้วยนะคะ (ถ้านวดถูก)

ในกรณีที่ไม่ได้มีการอักเสบติดเชื้อ เช่น จมูกเอียง ต้องการแก้ใหม่ ไม่ชอบทรงที่เสริมมาในครั้งก่อน กรณีเหล่านี้สามารถเสริมแล้วใส่ซิลิโคนใหม่ได้เลยไม่ต้องพักค่ะ และไม่แนะนำให้ถอดพักด้วย เนื่องจากหลัง การถอดพัก จะมีพังพืดใต้ผิวเพิ่มขึ้นเยอะมาก การเสริมใหม่ทำได้ยากกว่าเดิม และการยืดหยุ่นผิวก็เสียไปด้วย ดีไม่ดีถ้าซิลิโคนเดิมหนามากอาจทำให้เกิดจมูกบุ๋มได้หลังการถอดค่ะ

ส่วนบางคนที่เสริมแล้วมีการอักเสบติดเชื้อ หรือกังวลคิดว่าซิลิโคนหมดอายุต้องเปลี่ยน แต่ก็อยากได้ ทรงจมูกเดิม แนะนำว่าถ้าแก้ก็ควรเปลี่ยนซิลิโคนไปเลยค่ะ คุณหมอเหลาใหม่ให้อย่างที่คนไข้ต้องการได้อยู่ค่า เวลาผ่านไปนานแล้วเทคโนโลยีก็เปลี่ยนคุณภาพซิลิโคนก็เปลี่ยนไปด้วยค่ะ ของใหม่ก็ดีกว่าสมัยก่อนค่ะ เปลี่ยน อันใหม่ไปเลยจะดีกว่าค่า

Q: แก้จมูกทำไมต้องเลาะพังพืด ไม่เลาะได้มั้ย เจ็บกว่าเคสเสริมครั้งแรกหรือเปล่า บวมมากกว่าไหม ?

ในการเสริมจมูกร่างกายจะสร้างพังพืดมาหุ้งตัวซิลิโคนที่เราใส่ไว้ ในการแก้ถามว่าจำเป็นต้องเลาะพังพืดออก มั้ย ต้องตอบว่าเป็นสิ่งจำเป็นมากในกรณีที่จมูกเบี้ยว เอียง เพราะส่วนใหญ่เกิดจากการที่พังพืดรั้ง เวลาที่เรา เลาะออกหมดแล้วจะช่วยให้จมูกกลับมาตรงได้
มีเคสไหนที่เลาะพังพืดออกไม่หมดหรือไม่ทิ้งไว้จะเป็นอันตรายหรือเปล่า จริงๆแล้วพังพืดก็คือเนื้อเยื่อชนิดนึงที่ ร่างกายเราสร้างขึ้น ในกรณีที่จมูกไม่ได้เบี้ยวเอียงบางครั้งก็ไม่ได้จำเป็นต้องเลาะพังพืดออกทั้งหมด โดยเฉพาะ เคสที่เนื้อจมูกน้อยอยู่แล้วบางที่หมอก็จะเลาะออกไม่หมดค่ะ จะได้ช่วยให้ผิวดูหนาขึ้นไม่บางใสจนเกินไปใน ระยะยาวส่วนใหญ่แล้วการสร้างพังพืดจะมากขึ้นตามเวลาที่เราใส่ซิลิโคนเข้าไป ในบางเคสที่เสริมมาเป็นเวลา นานอาจพบว่าพังพืดหนามากขนาดเป็นเซ็นติเมตรเลยก็มีค่ะ แถมมีแคลเซี่ยมมาเกาะที่พังพืดและซิลิโคนอีกด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีกันทุกคน บางคนที่หมอแก้มาพังพืดบางมากแม้จะเสริมมาเป็น 10 ปีแล้วก็ตามดังนั้น มีหลายปัจจัยค่ะ แต่ละคนสร้างพังพืดไม่เท่ากัน และในตัวจมูกเดียวกัน บางบริเวณก็หนาบางไม่เท่ากันด้วยค่ะ ขึ้นอยู่กับหลายอย่างทั้งตอนที่ผ่าตัด มีการอักเสบหรือเลาะ หรือแก้ไขฝั่งใดฝั่งนึงมากกว่าก็อาจกระตุ้นให้เกิด การสร้างพังพืดได้มากกว่าอีกด้านนึงเช่นเดียวกันค่ะ

Q: ร้อยไหมจมูกมาแก้ได้ไหม ? แก้ได้เมื่อไหร่ ต้องเอาไหมจมูกออกหรือไม่

ช่วงนี้ร้อยไหมจมูกก็มาแรงมากค่ะ ด้วยไหมเป็นกลุ่มไหมละลายแต่การละลายจะแตกต่างออกไปตาม คุณสมบัติและขนาดของไหมแต่ละตัว ดังนั้นแนะนำว่าคนไข้ควรทราบข้อมูลไหมที่ใช้ร้อยจมูกมาและระยะเวลาที่ ร้อยว่าทำมานานแค่ไหนแล้ว รวมไปถึงจำนวนเส้นไหมที่ใช้ค่ะ ส่วนใหญ่แล้วคนไข้ที่ร้อยไหมมาหมอคงต้องจัด ให้อยู่ในกลุ่มของคนไข้ที่แก้จมูกค่ะ เพราะไหมที่ใส่ไปนอกจากจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ก็จะเกิดพังพืด เช่นเดียวกันค่ะ ส่วนใหญ่แล้วไหมที่เลือกใช้ในการเสริมจมูกจะมีเส้นใหญ่ บางครั้งก็ต้องเอาออกก่อนการเสริม จมูกด้วยซิลิโคนค่ะ สำหรับคำถามที่ว่าแก้ได้มั้ย แก้ได้ค่ะ แก้ได้เลย ไม่ต้องรอพักจมูกค่ะ ส่วนต้องเอาไหมออก หรือไม่นั้นต้องดูว่าเสริมมานานแค่ไหนแล้วเส้นใหญ่มั้ย ถ้าเส้นใหญ่เสริมมาไม่นานก็ควรเอาออกให้หมดค่าจะ ได้ไม่ไปขวางกับในส่วนของซิลิโคนจมูกค่ะ

Tip: ส่วนใหญ่แล้วร้อยไหมจมูกนั้นจะไม่ได้ในส่วนของปลายจมูกทำให้คนไข้มาแก้ไขเพื่อเสริมซิลิโคนแทนกัน เยอะมากค่ะ ก่อนจะตัดสินใจทำร้อยไหมจมูกคิดดีๆก่อนนะคะ ว่าทรงที่เราต้องการสามารถใช้การร้อยไหมได้ จริงหรือไม่เพราะถ้าต้องมาเสริมซิลิโคนแล้วจะกลายเป็นเคสแก้ เสียตังแพงขึ้นนะคะ หมอเสียดายเงินแทน

คำถามเกี่ยวกับเทคนิคเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหู

Q: แผลที่เลาะกระดูกอ่อนหลังใบหูอยู่ตรงไหนเป็นรอยแผลเป็นไหม ?

แผลที่เลาะกระดูกอ่อนหลังใบหูมีทั้งที่อยู่ด้านหน้าใบหูและอยู่หลังใบหูค่ะ สำหรับหมอปีแผลจะอยู่หลังใบหูค่ะซึ่งหลังทำหูอาจจะเขียว ม่วง ช้ำได้เยอะมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคน และ อาจจะเขียวช้ำลงไปถึงต้นคอได้ เป็นเรื่องปกติค่ะ และจะซ่อนรอยแผลไว้ตรงร่องหูทำให้ไม่เห็นรอยผ่าตัดค่ะ

Q: มีแผลหลังใบหูสระผมได้เมื่อไหร่ ?

หลังทำหลังหูแล้ว แผลห้ามโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหม เพราะถ้าโดนน้ำแผลจะไม่ติด และต้องเย็บใหม่ดังนั้นไม่ควรสระผมเลยค่ะเพราะต่อให้ไปสระที่ร้านก็ยากที่จะทำให้แผลไม่โดนน้ำได้ค่ะ อดทนหน่อยน้า

Q: ผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดเสริมจมูกแล้วใช้กระดูกอ่อนหลังใบหู มีอะไรบ้าง ?

หลังใช้กระดูกอ่อนหลังใบหู ตัดไหมไปแล้ว อาจจะยังมีอาการเจ็บแปลบๆทุกครั้งที่โดน หรือนอนทับได้เป็นเดือนๆ ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ สามารถนอนทับได้ไม่ต้องกังวลค่ะ เดี๋ยวอาการเหล่านี้จะหายไปได้เอง

Q: ใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูมาเสริมจมูกนั้นจะทำให้หูแหว่งไม่เท่ากันหรือไม่ ?

การใช้กระดูกอ่อนหลังหูใส่รองปลาย ไม่ได้ทำให้หูหายไป หรือกลายเป็นคนหูแหว่งตามที่เข้าใจกันค่ะ เพราะคุณหมอจะใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูบริเวณท้องหู ไม่มีผลกับรูปทรงใบหู ไม่ทำให้หูหุบได้นะคะในคนที่หูกาง ในการผ่าตัดถ้าคุณหมอเหลือเนื้อเยื่อหุ้มกระดูกอ่อนหลังใบหูไว้กระดูกอ่อนจะสร้างขึ้นมาเองได้ดังเดิมค่ะ

ปรึกษาและนัดหมาย